...ทริปที่วนเวียน..หลงทาง..และมีความสุข...
 
   สวัสดีครับ ลุงชาติได้มีโอกาสร่วมทริปไปเที่ยวถ่ายภาพแถวๆราชบุรี ประทับใจและสนุกมาก เป็นทริปตอนต้นปี ยังจำได้ว่าครั้งแรกที่เข้าร่วมทริปกับสมาชิกกลุ่มนี้ ผมได้ถ่ายมาโครรถไฟกับมาโครช้าง ทริปนี้...ฮ่า..ฮ่า ผมถ่าย....... 

 
    เดินทางจากกทม.มุ่งหน้าราชบุรี ไปตามเส้นทางสวนผึ้ง แก่งส้มแมว ห้วยคอกหมู จนในที่สุดรถยนต์มาจอดที่อ่างเก็บน้ำอะนะ หรืออีกชื่อหนึ่งคือ ศูนย์รักษาพันธุ์สัตว์ป่าจังหวัดราชบุรี ลงจากรถ คว้ากระเป๋ากล้อง เริ่มภาพแรกที่นี่....
 
 
 
 
 
 
 ลองวัดแสง ลองส่องดูวิวแล้วนึกในใจ....ใช้ได้เลย บรรยากาศดีมาก ผมเดินตามเข้าไปด้านใน ท่านที่เดินอยู่ด้านหน้าผม ทางด้านซ้ายมือ ท่านเป็นผู้ที่พาไปและติดต่อให้พวกเราพักที่นี่ ขอขอบคุณท่านผอ.เกียรติศักดิ์ คฤหบดี มากครับ ส่วนทางด้านขวา เป็นพี่ที่แสนดีของหลายๆคนในคณะ และเป็นผู้ที่ช่วยขับรถพาผมและสมาชิกในทริปไปในทุกที่ ขอบคุณครับพี่ก๊อง
 
 
 
 
 
 
 
  หันไปมองด้านหลัง 
เห็นเพื่อนสมาชิกในกลุ่มเดินตามมา
เลยยกกล้องขึ้นถ่าย...อ้าว...เบลอ
 
 
 
 
 
 
 
  เพื่อนเดินผ่านผมไป 
อะ...พี่ชายเพื่อนตามมาติดๆ
ต้องแก้มือซะหน่อย 
เมื่อกี้คนเดินอยู่ห่างไปมั๊ง 
รอไห้เข้ามาใกล้ๆอีกนิดแล้วกัน
....แชะ...อ้าว เบลออีก
 
 
 
 

 
 
 
 
  ยังไงกันเนี่ย 
ชักไม่แน่ใจตัวเองซะแล้ว 
หันกลับมา เดินตามเขาไปอีก 
เอาละเจอห่าน 
ลองถ่ายห่านแล้วกัน
....แชะ.....เบลอเหมือนเดิม
 
 
 
 
 
 
 
 
  ถ่ายภาพเบลอมาสามภาพแล้ว สมองเริ่มคิด สามภาพที่เบลอ มันเป็นสิ่งที่เคลื่อนไหวนี่นา งั้นมาถ่ายสิ่งที่อยู่นิ่งๆดูซิจะเป็นไง ถ่ายแมวกำลังนอนหลับดีกว่านิ่งไม่กระดุกกระดิกเลย....แชะ....อิ อิ ใครดูออกมั่งว่าเป็นภาพแมวนอนหลับ


 
   ปล.ภาพนี้ผมไม่ได้ใช้แฟลชยิงไปช่วยลบเงา เพราะเกรงว่าแสงแฟลชของผมจะไปรบกวนภาพวิดีโอที่เพื่อนร่วมทริปผมกำลังถ่ายอยู่ น้องๆที่จะถ่ายภาพที่ไปถ่ายซ้อนกับของผู้อื่นควรคำนึงถึงผลตรงนี้ด้วยนะครับ
 
 
 
 
 
 
 
  นึกทบทวนดู ทำไมเราถ่ายภาพเบลอ ....อ๋อ....ขาตั้งกล้องผมอยู่ใหน เจ็บใจมั๊ยล่ะเนี่ย ซื้อขาตั้งมาหลายบาท ทิ้งมันนอนอยู่ท้ายรถซะงั้น มาลองใหม่แล้วกัน ขาตั้งไม่มี ใช้กระเป๋าใส่กล้องแทนไปก่อนนะ...แชะ...จำไว้ ถ้าเป็นไปได้ อย่าทิ้งขาตั้งกล้องไว้ท้ายรถ
 

   ปล. ภาพที่ผมบรรยายเรื่องเบลอทั้งหมด กรุณาอย่าถือเป็นสาระ ผมเขียนประชดตัวเองที่ขี้เกียจแบกขาตั้งเท่านั้นเองครับ ประเดี๋ยวจะรู้เหตุผล
 
 
 

 
 
 
 
 
  ผมเริ่มเดินดื่มด่ำกับธรรมชาติ
รอบๆอ่างเก็บน้ำไปเรื่อยๆ 
อากาศกำลังดี มีลมโชยเบาๆ
 
 
 
 
 
 
 
 
  เจอผีเสื้อ 
มีเหรอจะไม่ถ่าย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
  ขาตั้งกล้องอยู่ท้ายรถ 
แอบต่อว่าตัวเองในใจไม่ให้มันได้ยิน 
แล้วใช้กระเป๋าใส่กล้องมาแทนขาตั้ง 
ถ่ายมาหลายภาพ 
ใช้ได้ไม่กี่ภาพ.....สม...
 
 
 
 
 
 
 
 
 
  ภาพนี้ใช้กระเป๋าใส่กล้องก็ไม่ได้ 
มันอยู่กลางน้ำ 
ใช้วิชาลมปราณมาเป็นตัวช่วย
 ...ปุด...ปู้ด...เสียงเป่าปาก  
ก่อนกลั้นหายใจ 
แล้วกดชัตเตอร์
 
 
 
 
 
 
 
 
 
  ผมยังคงเดินหน้าต่อไป 
หันกลับมาเห็นชายหาดที่ผมถ่ายผีเสื้อเมื่อกี้นี้
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
   และอีกมุมนึงที่เป็น
ช่องระหว่างสันเขา 
ถ่ายภาพนี้เสร็จ 
ก็เดินกลับเพื่อกางเต๊นท์ที่พัก 
เตรียมไว้สำหรับคืนนี้
 
 
 
 
  
 
 
 
 
 
  กางเต๊นท์เสร็จเรียบร้อยก็ชวนกันไปชมทางสันเขื่อนกันบ้าง เป็นช่วงเวลาบ่ายแก่ๆในตอนเย็นแล้ว ภาพนี้ใช้เลนส์ 70 - 200 ดึงเข้ามาที่ระยะ 200 mm.
 
 
 
 
 
 
 
 
  เดินชมรอบๆอ่างเก็บน้ำอีกสักพัก ถ่ายภาพกันพอหอมปากหอมคอ ภาพนี้เป็นภาพสุดท้ายสำหรับวันนี้ของผม ที่มุมทางขวามีคนมาตกปลา ผมไม่ได้ลงไปดูกับเขา อายุมากขึ้น ขอลุยเบาๆแล้วกัน เก็บกล้องแล้วกลับที่พัก กลางคืนเราก็นั่งสนทนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน ชมดาวบนฟ้า และเข้านอนเมื่อได้เวลาพอสมควร เตรียมตัวหาประสบการณ์ในวันรุ่งขึ้นต่อไป
 
 
 

 
 
 
 
  ในเช้าวันรุ่งขึ้น อากาศเย็นสบายดี สมาชิกบางส่วนแยกไปชมธรรมชาติบริเวณสันเขื่อน ผมไม่ได้ไปด้วย เพราะไปมาแล้วเมื่อวานนี้ เลยเดินเล่นใกล้ๆเต๊นท์ เก็บบรรยากาศยามเช้ามาชมกัน
 
 
 
 
 
 
 
   บรรดานักเรียนที่มาตั้งเต๊นท์
พักแรมกันอยู่ก่อนแล้ว 
ออกมาซึมซับอากาศบริสุทธิ์ช่วงเช้ามืดกันเป็นกลุ่ม 
ทราบว่ามากันหกสิบคน
 
 
 
 
 
 
 
  พอสายหน่อย แดดเริ่มมา 
บรรยากาศก็ค่อยๆเปลี่ยนแปลง 
ทัศนวิสัยเริ่มชัดเจน ใสเคลียร์ขึ้นมาก
 
 
 
 
 
 
 
   สมาชิกร่วมทริปมากันแล้ว  เราจัดการมื้อเช้ากันที่นี่  แล้วกะว่าจะกลับไปเก็บเต๊นท์ เตรียมตัวเดินทางกันต่อ เจอดักแด้ก็เลยถ่ายไว้ก่อน ขนาดและรูปลักษณ์ของดักแด้ คาดว่าไม่น่าจะเกินวันนี้ เจ้าผีเสื้อที่อยู่ในดักแด้น่าจะออกมาเป็นตัวเต็มวัยแล้ว เสียดายที่ไม่มีเวลามาเฝ้าถ่ายภาพ
 
 
 
 
 
 
  เก็บเต๊นท์เก็บสัมภาระเรียบร้อย เราก็อำลาอ่างเก็บน้ำอะนะ เก็บบันทึกเป็นภาพถ่ายไว้ในความทรงจำแทน รถยนต์วิ่งฝ่าไปบนถนนที่เป็นฝุ่นลูกรัง เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา เลี้ยวไป เลี้ยวมา......หลงเลี้ยว ตอนนี้กำลังรอคนราชบุรีลงไปสอบถามเส้นทางอยู่ นั่งรออยู่ในรถเลยเปิดกระจก ถ่ายดอกไม้ข้างทางกับพี่ก๊อง
 
 
 
 
 
 
  คนราชบุรีกลับมาบอกว่าหลงแล้ว แต่ไหนๆก็หลงไปแล้ว ให้ลองเข้าไปในนี้ก่อน พร้อมทั้งเดินนำหน้ารถยนต์เข้าไปด้านใน ภาพนี้ผมถ่ายในตัวรถ ผ่านกระจกด้านหน้า ในขณะที่รถยนต์กำลังโครงเครงจากหลุมบ่อของถนนลูกรังที่อยู่ด้านนอก ระบบกันสั่นของกล้องหรือเลนส์ช่วยไม่ได้แน่นอน อยากให้เห็นภาพนี้ เพราะมีความแตกต่างของสถานที่เพียงแค่ผ่านช่องทางนี้เท่านั้น
 
 
 
 
 
 
 
  เราหลงมาผิดที่ แต่มันกลายเป็นถูก กลายเป็นดีสำหรับเรา ที่นี่มีหลายอย่างให้เราได้ซึมซับ และที่ถูกใจหลายๆคน มีลำธารห้วยน้ำหนักที่แสนสวยให้เราได้ลงเล่นน้ำ ได้ถ่ายภาพกัน เราได้พักผ่อนกัน ลงเล่นน้ำและถ่ายภาพกันอย่างมีความสุข
 
 
 
 
 
 
  หันมาแอบถ่ายเพื่อนใหม่อีกซักเฟรม 
เขาไม่รู้ตัวหรอกครับว่าผมถ่ายภาพเขาอยู่ 
อูย..........เย็นนนนนน
 
 
 
 
 
 
 
  เราพักผ่อนและถ่ายภาพกันอย่างมีความสุข แล้วก็ถึงเวลาที่ต้องอำลาไปยังจุดมุ่งหมายแห่งใหม่ เราจะไปอ่างเก็บน้ำห้วยไม้เต็ง ต.น้ำพุ อ.เมือง จ.ราชบุรี เนื่องจากมีทางเข้าเที่ยวชมได้หลายทาง ที่แรกเราเข้าไปทางหมู่บ้านกันก่อน ถ่ายภาพนกกะเขาบ้าง ใช้ 70 – 200mm ถ่าย จาบคา หัวสีส้ม ดึงจนสุดฤทธิ์แล้ว ได้ตัวเท่านี้แหละ